indochinaexplorer
Language Thailand Language English
Tel. 0-2814-9585      
0-2814-9586
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด
เราเป็นบริษัทผู้นำ ธุรกิจท่องเที่ยว
ในแถบเอเชีย และอินโดจีน
Yahoo Indochinaexplorer indochina_thailand
Skype Indochinaexplorer indochina_thailand
MSN Indochinaexplorer indochinaexplorer@
hotmail.com
QQ Indochinaexplorer @indochina
Line Indochinaexplorer indochina_thailand
linkedin Indochinaexplorer indochina_thailand
Service Categories
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์กัมพูชา เขมร
เสียมเรียบ นครวัด นครธม
ปอยเปต พนมเปญ พระตะบอง
บันทายสรี โฮจิมินห์ หมีถ่อ
ด่านช่องผักกาด พระตะบอง
ปิรามิดเกาะแกร์ บึงมาลา
นครวัด โตนเลสาป 2 วัน
โตนเลสาป นครวัด ประสาทตาพรหม
กาะกง พนมเปญ หาดสีหนุวิลล์
เสียมเรียบ
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์ลาว
ทัวร์ลาวเหนือ หลวงพระบาง
สะบายดีหลวงพระบาง
มนต์เสน่ห์เมืองลาวใต้ ปากเซ
ทัวร์ลาวใต้ คอนพะเพ็ง วัดพู ปากซอง
เวียงจันทน์ วังเวียง
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์พม่า
ย่างกุ้ง หงสาวดี สิเรียม
พุกาม มัณฑเลย์ ย่างกุ้ง
พระธาตุอินแขวน ย่างกุ้ง
เจดีชเวดากอง สิเรียม หงสาวดี
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์เวียดนาม
ฮานอย ฮาลองเบย์
เว้ ดานัง ฮอยอัน
ประสาทจามหมี่เซิน เว้ โฮยอัน
ล่องเรืออ่าวฮาลองเบย์
ซาปา ฮานอย
ฮานอย
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์จีน
เชียงของ สิบสองปันนา
ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์
ซีอาน วัดเส้าหลิน
คุนหมิง ต้าลี่ ลี่เจียง
เซี่ยงไฮ้ หังโจว ล่องทะเลสาปซีหู
กุ้ยหลิน กว่างเจา
ปักกิ่ง กำแพงเมืองจีน
ไต้หวัน ไทเป หอเจียงไชค
มาเก๊า จู่ไห่ เซินเจิ้น
ช้อปปิ้ง ฮ่องกง เซินเจิ้น
นมัสการพระยูไล
อุทยานมรดกโลกจิ่วไจ้โกว
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์มาเลเซีย
เก็นติ้ง ไฮแลนด์ แอร์เอเชีย
เก็นติ้ง ปีนัง ปุตราจายา
กัวลาลัมเปอร์ ตึกแฝด Twin Tower
ทัวร์มาเลเซีย สิงคโปร์
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์สิงคโปร์
ช้อปปิ้งทัวร์สิงคโปร์ 3 วัน
สิงคโปร์ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ
ล่องเรือแม่น้ำสิงคโปร์ เมอร์ไลอ้อน
ไนท์ซาฟารี เจ้าแม่กวนอิม ออร์ชาร์ด
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  แพ็คเกจทัวร์บาหลี อินโดนีเซีย
เที่ยวบาหลี เดนพาซาร์ 4 วัน
ทัวร์ภูเขาไฟ นมัสการเทพฮินดู
บุโรพุทโธ จาการ์ต้า บาหลี
จาร์กาต้าร์ บุโรพุทโธ บันดุง
ยอร์คจาการ์ต้า พราห์มบานัน
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  เที่ยวภายในประเทศ
ปาย แม่ฮ่องสอน ห้วยน้ำดัง
เชียงใหม่ เชียงราย
ดอยแม่สลอง ดอยตุง อ่างขาง
เกาะตะรุเตา หลีเป๊ะ
ดำน้ำดูประการัง เกาะรัง
ทะเลตรัง อันดามัน ลังกาวี
เกาะช้าง ดำน้ำชมประการัง
ดำน้ำหาดบ้านกรูด เกาะทะลุ
วังน้ำเขียว ปากช่อง เขาใหญ่
น่าน แพร่ ดอยเสมอดาว
ทุ่งดอกกระเจียว ป่าหินงาม
Indochinaexplorer
Indochinaexplorer  เที่ยวต่างประเทศ
  Indochinaexplorer  สัมมนา ดูงาน เป็นหมู่คณะ
Indochinaexplorer  จัดแพ็คเกจทัวร์เฉพาะกลุ่ม
Traveller's Tool Tip
- จองที่พัก โรงแรม
- จองโรงแรม นครวัด เสียมเรียบ
- จองรถ เช่ารถตู้ รถทัวร์
- ข้อมูลท่องเที่ยวจาก ททท
- ข้อมูลท่องเที่ยวกัมพูชา
- ข้อมูลประเทศพม่า
- ท่องเที่ยวเวียดนาม
- เมืองสำคัญจีน
- อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน
- สภาพอากาศ
 
 
ข้อมูลประเทศ   |   โปรแกรมทัวร์   |   สถานที่สำคัญ    |   

Untitled Document

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ



พระบรมธาตุชเวดากอง ประเทศพม่า




พระบรมธาตุชเวดากอง(SHWEDAGON PAGODA)

พระ มหาเจดีย์ทองคำที่งดงามตั้ง เด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อ “SINGUTTARA” ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมี ความยาวโดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้านยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย นับเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า จำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ยังคงฐานะของพุทธสถานอันเป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้น วรรณะทุกเพศทุกวัย



พระเจดีย์โบตะตอง ประเทศพม่า



พระเจดีย์โบตะตอง

ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเว ดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับพระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว



พระพุทธไสยาสน์เชาตาจี ประเทศพม่า



พระพุทธไสยาสน์เชาตาจี

พระพุทธไสยาสน์เชาตาจีแห่งเมืองย่างกุ้ง พระพุทธรูปองค์นี้ มีลักษณะพิเศษคือ ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วย ลายลักษณธรรมจักร ข้างละองค์ ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วย รูปอัฏฐุตรสตกตมงคล 108 ประการ



ตลาดโป๊ะโยค หรือ สก๊อตมาร์เก็ต ประเทศพม่า



ตลาดโป๊ะโยค หรือ “สก๊อตมาร์เก็ต”

ซึ่งตลาดแห่งนี้ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากญาติมิตรได้นานาชนิดเป็นต้นว่า เครื่องเงิน, เครื่องเขิน, ไม้แกะสลักพระพุทธรูปเทวรูปที่ทำด้วยไม้จันทน์, เครื่องแกะสลัก, เครื่องลงรักปิดทองต่างๆ, ถ้วยชามกังไสจีนโบราณ, โคมไฟแก้ว และแจกันเจียระไนโบราณ, นาฬิกาข้อมือเก่า, ผ้าไหมลายต่างๆ ไปจนถึงบรรดาว่านต่างๆเช่น ว่านหงสาวดี ภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ของพม่า ฯลฯ






พระธาตุอินทร์แขวน ประเทศพม่า



พระธาตุอินทร์แขวน แห่งเมืองไจ้ก์ไถ่ ประเทศพม่า

พระธาตุอินทร์แขวนหรือ “ไจ้ก์ทิโย” แห่งเมืองไจ้ก์ไถ่ รัฐมอญเชื่อกันว่าพระอินทร์ได้เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อนำพระบรม สารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามาแขวนไว้ให้ชาวบ้านได้กราบไหว้ผู้ใดได้มาสักการะ ก็เท่ากับว่าได้มาไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามนตรีบนสวรรค์และจะได้สั่งสมผลบุญ อานิสงฆ์ให้ไปเกิดร่วมยุคกับพระศรีอาริยเมตไตรยและจะสามารถมองเห็นพระ บรมธาตุลอยอยู่อย่างชัดเจน พระธาตุอินทร์แขวนตั้งอยู่บนหน้าผาสูงกว่า 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สำหรับคำว่า “โจก์ทิโย” มาจากคำว่า “ไจก์” ในภาษามอญ แปลว่า “เจดีย์” ส่วนคำว่า “ทิโย” หรือ “ติโล” แปลว่า “ฉัตร” โดยเรียกตามลักษณะของเจดีย์มอญองค์เล็กๆ มีฉัตรครอบสร้างตั้งไว้บนก้อนหินสูงถึง 5.5 เมตร เส้นรอบวงก้อนหินราว 17เมตรซึ่งมองดูคล้ายกับก้อนหินตั้งอยู่หมิ่นเหม่ไกล้จะะตกลงมาทุกทีแต่ก็ไม่ตกลงมาสักทีเป็นที่น่าอัศจรรย์ พระธาตุอินทร์แขวน
พระธาตุอินทร์แขวน ไจ้ก์ทิโย พม่าตั้ง อยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับ น้ำทะเล 3,615 ฟุต ลักษณะเด่นของพระธาตุอินทร์แขวนคือ มีลักษณะเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ พระธาตุอินทร์แขวนนับเป็น 1ใน 5 มหาบูชาสถาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต้องไปสักการะ และตามความเชื่อล้านนาเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีจอ (ปีหมา) ที่คนเกิดปีนี้ต้องไปนมัสการสักครั้งหนึ่งในชีวิต





เจดีย์ชเวซิกอง ประเทศพม่า



เจดีย์ชเวซิกอง แห่งเมืองพุกามหรือบากัน ประเทศพม่า

เจดีย์ชเวซิกองแห่งเมืองพุกามหรือบากันเป็นพระมหาเจดีย์ที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอโนรธามหาราชพระองค์แรกของพม่า พระองค์ทรงรวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นพระองค์แรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 900 ปีเศษมาแล้วภายหลังจากการทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดี (สะเทิม) ได้แล้ว ทรงกวาดต้อนชาวมอญที่เป็นช่างฝีมือ นักปราชญ์มาที่เมืองพุกามด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัวดังเช่นรูปแบบของมหาเจดีย์ชเวชิกองที่มีรูประฆังคว่ำแบบมอญก่อนที่จะมีสกุลช่างพุกามเกิดขึ้น สำหรับคำว่า “ชเวซิกอง” แปลว่า “เจดีย์ที่ตั้งอยู่บนพื้นทราย”






พระมหานุมี ประเทศพม่า



พระมหามุนี แห่งเมืองมัณฑะเลย์ในวัดยะไข่ ประเทศพม่า

พระมหามุนี แห่งเมืองมัณฑะเลย์ในวัดยะไข่ เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องแบบกษัตริย์ปางมารวิชัยหนักตักกว้าง 3 เมตร เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายว่ามีพระพุทธลักษณะงดงามที่สุดองค์หนึ่ง“มหามุนี” แปลว่า “มหาปราชญ์” สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.688 โดยชาวยะไข่ชนกลุ่มน้อยในรัฐอาระกันทางทิศตะวันตกสุดของพม่าติดกับชายแดนบังคลาเทศต่อมาพระเจ้าปะดุงกษัติย์พม่ายกทัพไปตีเมืองยะไข่ได้จึงโปรดให้อัญเชิญพระพุทธองค์นี้มาประดิษฐานที่เมืองมัณฑะเลย์เมือ 200 ปีที่ผ่านมา เล่าเรื่องสืบต่อกันมาว่าพระพุทธเจ้าทรงประทานลมหายในให้พระมหามุนีเป็นตัวแทนสืบทอดพระพุทธศาสนา ชาวพม่าเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีลมหายใจจริงจึงต้องมีประเพณีล้างพระพักตร์ให้ทุกเช้ามืดของทุกๆวันซึ่งประเพณียังคงดำรงสอบทอดมาตราบจนถึงทุกวันนี้ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์ของชาวยะไข่แห่งเมืองธัญญวดี (ปัจจุบันอยู่ในรัฐยะไข่ ทางด้านตะวันตกของพม่าติดกับบังคลาเทศ) โปรดฯให้สร้างพระมหามัยมุนี ซึ่งแปลว่า “มหาปราชญ์” ขึ้นในปี   พ.ศ.689 หรือเกือบสองพันปีมาแล้ว เหตุเพราะพระพุทธเจ้าเสด็จมาเข้าพระสุบินประทานพรแก่พระเจ้าจันทสุริยะ ให้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นเพื่อเชิดชูพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง แต่เนื่องจากว่ามีขนาดใหญ่จึงต้องหล่อแยกเป็นชิ้นแล้วจึงนำมาประสานกันได้สนิทจนไม่เห็นรอยต่อเป็นที่น่าอัศจรรย์ เชื่อกันว่าเป็นด้วยพรของพระศาสดาประทานไว้
     ความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหามุนีเลื่องลือไปไกล จึงเป็นที่หมายปองของกษัตริย์พม่านับตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโนรธาแห่งอาณาจักร พุกาม บุเรงนองมหาราชแห่งหงสาวดี และอลองพญามหาราชแห่งรัตนปุระอังวะ ล้วนเพียรพยายามยกทัพไปชะลอพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานเพื่อเป็นศิริมงคล แห่งดินแดนพม่าทุกยุคทุกสมัย แต่ต้องล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะความทุรกันดารของเส้นทางที่เต็มไปด้วยแม่น้ำและภูเขาสูง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในสมัยพระเจ้าปดุง ก็สามารถนำเอาพระมหามุนีมาไว้ที่กรุงมัณฑะเลย์เมื่อปี พ.ศ.2327 ในปัจจุบันชาวพม่ายังเรียกพระมหามุนีอีกชื่อหนึ่งว่า “พระยะไข่”วัด มหามัยมุนีมีธรรมเนียมปฎิบัติเช่นเดียวกับปูชนียสถานทุกแห่งในพม่าคือไม่ อนุญาตให้สุภาพสตรีเข้าใกล้องค์พระได้เท่าสุภาพบุรุษ ซึ่งสามารถขึ้นไปปิดทองที่องค์พระได้เลย โดยทางวัดกำหนดให้เขตสตรีกราบสักการะองค์พระได้ระยะใกล้สุดราว 10 เมตร แต่สามารถซื้อแผ่นทองฝากผู้ชายขึ้นไปปิดทองแทนได้ อย่างไรก็ตาม มีกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้สตรีสามารถสัมผัสองค์พระได้ โดยผ่านแป้งตะนะคาที่ใช้ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี โดยทุกๆเช้า ทางวัดจึงจัดพื้นที่บริเวณลานด้านหน้าองค์พระ ให้พุทธศาสนิกชนทั้งชายและหญิงช่วยกันฝนท่อนไม้ตะนะคา เพื่อให้ได้แป้งหอมจากเปลือกไม้ แล้วเอามาใส่ผอบรวมกันไว้มากๆ สำหรับนำไปผสมน้ำประพรมพระพักตร์องค์พระในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยเหตุแห่งความศรัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิต จึงเป็นที่มาของธรรมเนียมการล้างพระพักตร์ให้องค์พระทุกๆรุ่งสาง เหมือนดั่งคนที่ต้องล้างหน้าแปรงฟันทุกเช้า โดยมีพระทำหน้าที่ล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนีทุกวันตั้งแต่ราวตีสี่ครึ่ง โดยเริ่มจากประพรมพระพักตร์ด้วยน้ำผสมเครื่องหอมทำจากเปลือกไม้ “ตะนะคา” ซึ่งชาวบ้านนำมาบริจาคให้วัดทุกวัน จากนั้น ก็ใช้แปรงขนาดใหญ่ขัดสีบริเวณพระโอษฐ์ดั่งการแปรงฟันแล้วใช้ผ้าเปียกลูบไล้ เครื่องหอมดั่งการฟอกสบู่จนทั่วทั้งพระพักตร์ จึงมาถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือการใช้ผ้าขนหนูเช็ดพระพักตร์ให้แห้งและขัดสีให้เนื้อทองสัมฤทธิ์ที่พระ พัตร์นั้นสุกปลั่งเป็นเงางามอยู่เสมอ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหตุใดพระมหามัยมุนีจึงเป็นพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์อิ่มเอิบเป็นประกายวาว วามอย่างที่สุดองค์





เจดีย์ซูเล ประเทศพม่า



เจดีย์ซูเล ศูนย์กลางของนครย่างกุ้ง ประเทศพม่า

   หากเจดีย์ชเวดากองเป็นจิตวิญญาณของนครย่างกุ้งแล้วไซร้ เจดีย์ซูเลก็เปรียบได้กับดวงใจเพราะ เจดีย์องค์นี้เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางสังคมและศาสนาของนครย่างกุ้งมานาน หลายร้อยปี อังกฤษเจ้าอาณานิคมที่เคยเข้ามาปกครองประเทศพม่าถือเอาเจดีย์ซูเหล่เป็น ศูนย์กลางของนครย่างกุ้ง อังกฤษได้สร้างถนนหนทางเป็นเส้นตารางตัดกันขึ้นในกลางศตวรรษที่ 19 ตามสไตส์วิคตอเรีย 
   เจดีย์ซูเหล่ได้รับการบูรณะต่อเติมขึ้นจนมีความสูง 48 เมตร ต้นกำเนิดของเจดีย์ซูเหล่มีความผูกพันแนบแน่นกับตำนานโบราณของพระเถระสองรูป ที่ทอางประเทศอินเดียส่งมาเผยแพร่พระพุทธศาสนายังเมืองตะโถ่งหลังจากการ ประชุมสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่สามแล้วเสร็จเมื่อ 230 ปีก่อนคริสกาล เจ้าเมืองตะโถ่งอนุญาตให้พระเถระทั้งสองสร้างเจดีย์สำหรับบรรจุพระเกศาธาตุ ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดียขึ้นที่เชิงเขาสิงคุตตระ เจดีย์นี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “ไจ้โต๊ก” เป็นภาษามอญแปลว่า “เจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุ” เจดีย์ซูเลเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ตั้งแต่องค์ระฆังขึ้นไปจนถึงบาตรคว่ำสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศาสนา พราหมณ์ที่ผสมกลมกลืนกับพุทธศาสนาได้อย่างแนบแน่น การเดินชมเจดีย์
   ซูเลควรเดินวนขวาเนื่องจากเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมจึงมีทั้งหมดแปดด้านซึ่ง ในแต่ละด้านเป็นที่สถิตของพระเคาระห์กับสัตว์ประจำวันและทิศทั้งแปดสำหรับ อาณาบริเวณทางด้านนอกมีร้านค้าเล็กๆตั้งอยู่รายล้อมของพระเจดีย์จำหน่าย สินค้านานาชนิด ส่วนภายในองค์พระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายหลายสิบองค์ โดยปกติแล้วเทศกาลงานบุญจะจัดขึ้นในช่วงเย็นมีชาวพม่าที่เลื่อมใสศรัทธาเดิน ทางมากราบไหว้และบริจาคเงินทำบุญไม่ขาดสายในแต่ละวัน







เจดีย์ชเวมอดอร์ ประเทศพม่า



เจดีย์ชเวมอดอร์ แห่งเมืองหงสาวดีหรือบาโก ประเทศพม่า

เจดีย์ชเวมอดอร์ แห่งเมืองหงสาวดีหรือบาโก ชาวพม่าเรียกว่า “ไจก์มุเตาแห่งบาโก” คนไทยเรียกว่า “เจดีย์มุเตา” เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุ 2 เส้นของพระพุทธเจ้ามีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปีเป็นที่เคารพสักการะของกษัตริย์มอญ, พม่า,รวมทั้งไทย เช่น พระเจ้าราชาธิราชของมอญ พระเจ้าบุเรงนองของพม่า ตลอดจนสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย“ไจก์มุเตา” แปลว่า “เจดีย์จมูกร้อน” เพราะเจดีย์มีความสูงมากจนต้องแหงนหน้าขึ้นคอตั้งบ่าเพื่อมองไปที่ยอดของเจดีย์ทำให้จมูกร้อนเพราะแสงแดดเผามีตำนานสร้างคล้ายกับเจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้ง ตามตำนานการสร้างเจดีย์ชเวมอเดอร์มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่ามีพ่อค้าวาณิชชาวมอญสองคนได้อัญเชิญพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้ามาจากประเทศอินเดีย และได้สร้างเจดีย์นี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเป็นที่เคารพสักการะบูชาของพระมหากษัตริย์พม่าและมอญตลอดจนพระมหากษัตริย์ไทยคือ พระนเรศวรมหาราชและได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาด้วยกันหลายรัชกาล องค์พระเจดีย์เป็นศิลปะพม่าผสมผสานกับศิลปะมอญได้อย่างกลมกลืนพระเจดีย์ชเวมอดอร์มีความสูงถึง 377 ฟุตทั้งๆที่มีจารึกระบุความสูงเมื่อแรกสร้างเพียง 75 ฟุตเท่านั้น
เจดีย์ชะวมอดอร์ หงสาวดี บาโก พม่าซึ่ง มีความสูงกว่าพระมหาเจดีย์ชเวดากองถึง 51 ฟุต ต่อมาภายในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 ได้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นครั้งใหญ่ในประเทศพม่ายอดฉัตรบนสุดของพระเจดีย์ ชเวมอดอร์ได้หักพังทลายลงมายังความโศกเศร้าร้าวรานในให้แก่ชาวพม่าและตลอดจน พุทธศาสนิกชนที่เลื่อมในศรัทธากันถ้วนหน้าจึงได้ทำการเรี่ยไรเงินมาบูรณะ ซ่อมแซมองค์พระเจดีย์ชเวมอดอร์ขึ้นมาใหม่และสร้างให้สูงกว่าเดิมแต่ทาง รัฐบาลพม่าก็ยังคงเก็บรักษาซากเจดีย์องค์เดิมไว้ให้ชาวพม่าและชาวมอญกราบ ไหว้สักการะบูชา ณบริเววณลานกว้างใหม่ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็น “จุดอธิฐานศักดิ์สิทธิ์”ขององค์พระเจดีย์โดยมีความเชื่อถือกันว่าตรงบริเวณ จุดนี้คือพระธาตุองค์จริง





เจดีย์กาบ่าเอ ประเทศพม่า



เจดีย์กาบ่าเอ ในนครย่างกุ้ง ประเทศพม่า

เจดีย์กะบ่าเอสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1950 โดยท่านอุนูอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่าหลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษ สำหรับตำนานการสร้างพระเจดีย์กะบ่าเอ มีเรื่องเล่าสืบต่อมาว่าในครั้งโบราณกาลมีพระภิกษุอยู่รูปหนึ่งนั่งสมาธิ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดีต่อมามีชีปะขาวผู้หนึ่งนำลำไม้ไผ่ที่มีข้อความ จารึกอยู่เต็มไปหมดมามอบให้พระภิกษุฝากไปมอบต่อท่านอุนูและบอกให้ท่านอุนู ทำนุบำรุงศาสนาพุทธให้เจริญและมั่งคงยิ่งๆขึ้นไป ท่านอุนูเป็นบุคคลที่เคร่งครัดในศาสนาพุทธพอๆกับที่ร่านรอบรู้ในเรื่องการ เมือง ท่านรับไม้ไผ่ลำนั้นไว้และปฎิบัติตามคำบอกของชีปะขาวผู้นั้นโดยการสร้างพระ เจดีย์กะบ่าเอขึ้นทางตอนเหนือของนครย่างกุ้งห่างกันประมาณ 15 กิโลเมตร เพื่อเตรียมการทำสังคายนาพระไตรปิฏกในปี ค.ศ. 1954 – 1956 และอุทิศพระเจดีย์องค์นี้เพื่อให้เกิดการสร้างสันติภาพขึ้นในโลกและในประเทศ พม่า พระเจดีย์กะบ่าเอแม้จะไม่สวยงามโดดเด่นเช่นพระเจดีย์องค์อื่นในนครย่างกุ้ง แต่พระเจดีย์กะบ่าเอก็มีความน่าสนในไม่น้อย ลักษณะของเจดีย์เป็นรูปทรงกลมมีความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางคือ 34 เมตร ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ
พระอรหันต์สาวกองค์สำคัญสององค์ พระเจดีย์กะบ่าเอมีทางเข้าทั้งหมดห้าด้านทุกด้านมีพระพุทธรูปขนาด 2.4 เมตรประดิษฐานอยู่บนฐานทักษิณ มีพระพุทธรูปหุ้มด้วยทองคำองค์เล็กๆอีก 28 องค์ แทนอดีตสาวกของพระพุทธเจ้าทั้ง 28 องค์ที่อุบัติขึ้นในโลกนี้ ส่วนพระพุทธรูปองค์พระประธานที่อยู่ข้างในหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์มีน้ำหนัก กว่า 500 กิโลกรัม



เทพทันใจ ประเทศพม่า



เทพทันใจ

เทพที่มีจิตใจดี จนผู้คนส่วนมากที่มากราบไหว้ขอพร ก้จะได้สมใจนึก เร็วทันใจ ที่ปรารถนา ที่ฝั่งตรงข้ามของเจดีย์ซูเลมีสวนสาธารณะมหาบัณฑุละ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์อิสระภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน(กะเหรี่ยง) กะยา และชิน พม่า



ทะเลสาบอินเล ประเทศพม่า



ทะเลสาบอินเล (Inle Lake)

ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามของรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร เหมาะแก่การมาเที่ยวชมเพื่อกาศึกษาถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่าที่เรียกได้ว่ากลมกลืนกับธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลมานานนับร้อยปีแล้ว โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองกลางลำน้ำในทะเลสาบ



สะพานอูเบ็ง ประเทศพม่า



สะพานอูเบ็ง : สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก


เป็นสะพานที่ยาวถึง 2 กิโลเมตร ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ มุ่งตรงไปสู่เจดีย์เจ๊าต่อจี อยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ พระเจ้าปุดงโปรดฯให้ขุนนางนามว่า “อูเบ็ง” เป็นแม่กองงานสร้างสะพานแห่งนี้ โดยใช้ไม้สักที่รื้อจากพระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะจำนวน 1,208 ต้น






 
 
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
View  
Home About Us Hot Shot เรือสำราญ Photo Gallery Program Tour Webboard Entertain Contact Site Map ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/4521
           Copyright 2005 Indochina Explorer (Thailand) Co., Ltd. Tel. (+66) 0 2814-9585, 0 2814-9586   E-Mail : indochinaexplorer@hotmail.com    Powered by EiEi Co., Ltd.