indochinaexplorer indochinaexplorer
indochinaexplorer indochinaexplorerindochinaexplorer  
indochinaexplorer 26.02.14

     
 Home  |  ติดต่อเรา

เที่ยวทะเลตรัง เกาะมุก เกาะเชือก เกาะม้า ถ้ำมรกต เกาะกระดาน จังหวัดตรัง

เที่ยวทะเลตรัง เกาะมุก เกาะเชือก เกาะม้า
เกาะกระดาน ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง

1982236_662526613789546_512085607_n.jpg (960×616)

 

คำขวัญประจำจังหวัดตรัง "เมืองพระยารัษฎา ชาวประชาใจกว้าง หมูย่างรสเลิศ ถิ่นกำเนิดยางพารา เด่นสง่าดอกสีตรัง ปะการังใต้ทะเล เสน่ห์หาดทรายงาม น้ำตกสวยตระการตา"

ตรัง แดนสวรรค์สำหรับผู้ที่หลงใหลบรรยากาศของหาดทราย ชายทะเล กลุ่มเกาะ และอาหารอร่อยแล้ว ไม่มีใครไม่คิดถึงตรัง หรือเมืองทับเที่ยง เมืองท่าค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และเติบโตต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน โดยสั่งสมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตกทอดไว้ในแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีและอย่างที่รู้กันว่า ตรังเป็นดินแดนแรกที่มีการนำต้นยางพารามาปลูก ทุกวันนี้ ยางพาราคือพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ทำรายได้เลี้ยงชีพผู้คนมาอย่างยั่งยืน ไม่เพียงเท่านั้น ความอุดมสมบูรณ์ของตรังยังรวมถึงผืนป่า แหล่งน้ำ และถ้ำน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าหาดทราย ชายทะเล และหมู่เกาะเลยการไปเยือนจังหวัดตรังจึงนับว่าได้ท่องเที่ยวครบทุกรสชาติ ทั้งดินแดนประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ธรรมชาติ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเหมาะสมและพอเพียงในแต่ละที่ที่คุณไปจังหวัดตรังมีเนื้อที่ประมาณ 4,941 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเล็กเนินน้อยสลับกับที่ราบ ทำให้สันนิษฐานกันว่าชื่อตรัง มาจากคำว่า “ตรังคะ” ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่า ลูกคลื่น ตามสภาพพื้นที่ของจังหวัดตรัง ขณะที่อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งบอกว่า ตรังมาจาก “ตรังเค” ภาษามลายู แปลว่า “รุ่งอรุณ” หรือ “สว่างแล้ว” เพราะสมัยก่อน เรือสินค้าจากมลายูจะแล่นมาถึงตรังตอนสว่างพอดีความเป็นมาของเมืองตรังนั้นเริ่มต้นในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยพบหลักฐานคือจารึกวัดเสมาเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งบอกไว้ว่า ตรังเป็นหัวเมืองที่ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช และหลักฐานอื่นๆ ที่พบในเวลาต่อมา ทำให้สามารถแบ่งยุคสมัยของวิวัฒนาการเมืองตรังได้เป็น 3 ช่วง คือ

1. สมัยตั้งเมืองที่ตำบลควนธานี (พ.ศ. 2354-2436) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พบหลักฐานจากทำเนียบกรมการเมืองตรังว่า พระอุไภยธานี ผู้ว่าราชการเมืองตรังคนแรก ได้สร้างหลักเมืองไว้ที่ควนธานี (อยู่ในอำเภอกันตังในปัจจุบัน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศใต้ 8 กิโลเมตร)

2. สมัยตั้งเมืองที่กันตัง (พ.ศ. 2436-2458) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยุคนี้พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง ท่านเห็นว่าที่ตั้งเมืองเดิมคือควนธานีนั้นอยู่ห่างจากฝั่งทะเลมาก จึงกราบบังคมทูลขอย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่ที่ตำบลกันตัง เพราะที่นี่เป็นชุมชนใหญ่ มีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ในช่วงที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดีเป็นเจ้าเมืองนี้เองที่ตรังได้รับการพัฒนาไปอย่างมาก เช่น มีการนำต้นยางพาราจากมลายูมาปลูกเป็นครั้งแรก มีการตัดถนนจากตรังไปพัทลุง สร้างท่าเรือเพื่อรองรับการค้าขายกับต่างชาติ ฯลฯ นับเป็นยุครุ่งเรืองอย่างยิ่งเลยทีเดียว

3. สมัยตั้งเมืองที่ทับเที่ยง (พ.ศ. 2458 จนถึงปัจจุบัน) ล่วงมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองกันตังมีพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยจากอริราชศัตรู อีกทั้งมีการระบาดของไข้อหิวาตกโรค จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองมาตั้งอยู่ที่ตำบลทับเที่ยง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองตรังในปัจจุบันนั่นเองจังหวัดตรังแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด อำเภอย่านตาขาว อำเภอปะเหลียน อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษ อำเภอนาโยง อำเภอรัษฎา และอำเภอหาดสำราญ

ทริปท่องเที่ยว  แหล่งท่องเที่ยว จังหวัดตรัง ทะเลตรัง

ทางเลือกใน ตรัง, ประเทศไทยจังหวัดตรังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และการผจญภัย เช่น พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี ต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย เกาะกระดาน ถ้ำมรกต น้ำตกโตนเต๊ะ เกาะลิบง ฯลฯ
การเตรียมตัว ก่อนลงดำน้ำ ควรทาแชมพูที่ด้านในของหน้ากากดำน้ำ จากนั้นนำหน้ากากดำน้ำไปแกว่งๆ ในน้ำทะเล แล้วค่อยสวม วิธีนี้เป็นการเคลือบฟิล์มที่หน้ากากดำน้ำ ทำให้ไม่เป็นฝ้ามัวเตรียมกระเป๋ากันน้ำหรือถุงกันน้ำไปด้วยทุกครั้งเมื่อไปเที่ยวทะเล โดยเฉพาะเวลาพายคายัค เพื่อป้องกันของมีค่าเสียหายเมื่อโดนน้ำเป็นเวลานานเมื่อไปเที่ยวทะเล อย่าลืมนำโลชั่นกันแดด ค่า SPF สูงๆ หมวก แว่นกันแดดไปด้วย

แหล่งท่องเที่ยวแนะนำ เลื่องชื่อ จังหวัดตรัง


ถ้ำเลเขากอบ
ถ้ำเลเขากอบ เรียกชื่อเดิมๆ ว่า ถ้ำทะเลเขากอบ เป็นถ้ำที่มีลำธารไหลผ่านตลอดทั้งปี ถ้ำนี้อยู่ในภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วยโถงถ้ำหลายถ้ำ ทั้งที่เปิดเข้าไปเที่ยวชมได้และทั้งที่ยังไม่ได้สำรวจอีกพอสมควร รอบๆ ภูเขาหินปูนแห่งนี้อุดมไปด้วยสวนยาง มีลำธารน้ำไหลด้านรอบนอกของถ้ำด้วย ซึ่งสายน้ำสายนี้ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัด ความยาวของลำธารในถ้ำไหลคดเคี้ยวไปมาเป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ถ้ำเลเขากอบได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดถ้ำสวยบนบกของไทย เพราะ ไม่เพียงความสมบูรณ์ของธรรมชาติด้านนอกสิ่งที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นภายในถ้ำยังน่าอัศจรรย์

เสน่ห์ของการเที่ยวถ้ำเลเขากอบนั้นเพียงแค่เริ่มต้นก็สนุกแล้ว เพราะ ต้องนั่งเรือท้องแบนขนาดเล็กที่นั่งได้ประมาณ 6-8 คนเข้าไป โดยจะมีคนพายเรือที่เป้นชาวบ้านท้องถิ่นมาให้บริการพายเรือและเป็นไกด์ให้ความรู้ไปในตัว เรือเริ่มพายไปเรื่อยๆ จากด้านนอกเข้าสู่โถงถ้ำ ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นเมื่อเริ่มเข้าไปในถ้ำต่างๆ เราจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความงดงามมากมายที่เกินจินตนาการ ภายในโถงถ้ำมีการประดับไฟฟ้าไว้อย่างสว่างไสว ไม่ต้องใช้ไฟฉายเลย

ภายในถ้ำอากาศโล่งสบายไม่อึดอัดเหมือนบางถ้ำในประเทศไทย เพราะ ทางเข้าถ้ำเลเขากอบมีถึง 7 ทาง มีปากถ้ำหลายแห่งมาก โดยมีถ้ำที่น่าสนใจมากมาย ทั้ง ถ้ำคนธรรพ์ มีจุดเด่นที่มีห้องโถงกว้างขวางขนาดใหญ่ เพดานมีหินงอกหินย้อยลงมาลักษณะคล้ายหลอดกาแฟนับร้อยนับพันหลอด แถมเกือบทุกหลอดที่ปลายจะมีน้ำหยดใสๆ จับอยู่ ดูแวววาวเมื่อยามกระทบแสงไฟสีส้ม โดยหยดน้ำใสๆ นี้มีส่วนผสมของแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งมันจะค่อยๆ เพิ่มความยาวของหลอดกาแฟนี้ให้ยาวขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลายาวนานมาก

ที่ถ้ำเลเขากอบนี้ยังมีถ้ำอื่นๆ สวยไปคนละแบบต่างจินตนาการทั้งหินงอกหินย้อยที่มีลักษณะคล้ายกับม่านหินรูปร่างสวยงาม ถ้ำที่มีโถงกว้างขวางอย่างถ้ำท้องพระโรง และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอย่าง ถ้ำรากไทร โดยทริปท่องเรือท้องแบนชมความงามของถ้ำสวยแห่งนี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จสิ้น
แม้ว่าการจะเที่ยวถ้ำทะเลเขากอบต้องอาศัยการนั่งเรือท้องแบนเข้าไปชมความงามในถ้ำ แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะบริเวณปากทางเข้าถ้ำ นอกจากจะมีร้านอาหารร้านค้าให้บริการอย่างครบครันแล้ว ด้านหน้าปากทางเข้าถ้ำจะมีจุดติดต่อการเที่ยวถ้ำขององค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบจัดการอยู่ คุณสามารถติดต่อขอเช่าเรือท้องแบนพร้อมเจ้าหน้าที่พาเข้าไปชมได้โดยตรงเลย โดยเรือ 1 ลำ นั่งได้ 6 คน หากมากกว่า 7 คน ต้องคิดเหมาลำเที่ยว


แต่อย่างไรก็ตาม หากจะเข้าถ้ำเขากอบ ต้องมั่นใจว่าตัวเองไม่เป็นคนกลัวที่แคบ เพราะปลายทางก่อนออกจากถ้ำนั้น เป็นโพรงแคบมาก ขนาดแค่เรือพาย 1 ลำลอดผ่านพอดีทุกครั้งที่เข้าถ้ำ อย่าแตะต้องหยดน้ำตรงปลายหินย้อย เพราะไขมันจากนิ้วมือจะทำให้หินย้อยไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้และ หากจะไปเที่ยวถ้ำ ทางที่ดีควรมีไฟฉายคาดศีรษะที่กันน้ำติดตัวไปด้วย ถึงแม้ผู้ประกอบการจะมีไฟฉายให้ แต่การมีเป็นของตัวเองจะสะดวกกว่า และสามารถใช้ได้ในหลายกรณี
การเดินทาง
ถ้ำทะเลเขากอบ ตั้งอยู่ในเขตอำภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ตัวถ้ำห่างจากที่ว่าการอำเภอห้วยยอดประมาณ 7 กิโลเมตร เดินทางสะดวกจากตัวเมืองตรัง ถนนลาดยางถึงหน้าปากถ้ำ เราสามารถเดินทางได้โดยออกจากตัวเมืองตรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ตรัง-ห้วยยอด) เลยอำเภอห้วยยอดไปประมาณ 7 กิโลเมตร เลยทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 700 เมตร ถึงหน้าถ้ำเลเขากอบ
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมตั้งอยู่ที่ อำเภอสิเภา อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กินเนื้อที่กว้างขวางมาก ดังนั้นจึงมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น เกาะกระดาน ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าจอม เพียง 12 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง เป็นเกาะที่มีลักษณะเหมือนภูเขาห้าลูกเรียงตัวเป็นพืดติดต่อกัน น้ำใสแจ๋วจนเห็นปะการังอ่อนและกัลปังหาได้ ถัดมาก็เป็นเกาะเชือก ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆสองเกาะที่อยู่ติดกัน มีแนวปะการังค่อนข้างสมบูรณ์มาก จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำตื้น


ถ้ำเจ้าไหม 



เป็นถ้ำที่มีหลายชั้นซับซ้อน ชั้นล่างเป็นถ้ำกว้างที่มีหินงอกหินย้อนเหมือนเสาต้นใหญ่ๆ หากไต่หน้าผาไปทางด้านขวาประมาณ 100 เมตรก็จะถึงถ้ำชั้นบน และจะพบว่าตามผนังถ้ำมีลักษณะเหมือนเปลือกหอยเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ และยังมีแอ่งน้ำใสเย็นก่อนเข้าสู่ชั้นในของถ้ำอีกด้วย
บ่อน้ำร้อน น้ำอุ่นจัดอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 70 องศาเซลเซียส ฟองพรายที่ผุดพลุ่งขึ้นเป็นครั้งคราวมีกลิ่นจางๆ ของกำมะถันปนอยู่ และบริเวณโดยรอบของบ่อน้ำร้อนได้มีการปรับสภาพภูมิทัศน์ให้ดูสวยงามร่มรื่น อีกทั้งยังเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ให้ความเพลิดเพลินแก่ผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี


หาดเจ้าไหม

เป็นหาดยาวที่มีชายหาดกว้างขวางเหมาะที่จะมาเข้าค่ายพักแรมและลงเล่นน้ำ เพราะน้ำใสสะอาด ทรายขาว มองไปเบื้องหน้าหาดก็จะมองเห็นเกาะลิบงซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนเบื้องหลังเป็นดงสนร่มรื่น แนวชายฝั่งของหาดเจ้าไหมมีหญ้าทะเลขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งหากินของฝูงพะยูนหลายสิบตัว

 

 

หาดปากเมง
เป็นชายหาดรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว และเป็นหาดทรายชายทะเลแหล่งท่องเที่ยวแห่งแรกของเมืองตรัง ภาพแรกที่ดึงดูดสายตาผู้มาเยือนได้แก่ โขดเขาใหญ่กลางน้ำรูปร่างคล้ายคนนอนหงายทอดตัวยาวไปทางด้านเหนือนั่นคือ เขาเมง หรือ เกาะเมง สัญลักษณ์ประจำของหาดนี้ เป็นหาดทรายที่สงบเงียบและสวยงาม มีสนทะเลขึ้นตลอดแนว เมื่อน้ำลดต่ำสุดก็จะเห็นหาดทรายกว้างและสามารถหาดูหอยตะเภาได้ที่หาดนี้


เกาะกระดาน
ได้ชื่อว่า เกาะที่มีชายหาดสวยที่สุดในทะเลตรัง พื้นที่บนเกาะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและส่วนของเอกชน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3 (เกาะกระดาน) ทางด้านตะวันออกเป็นสวนยาง สวนมะพร้าว และรีสอร์ทของเอกชน ด้วยความที่อยู่ไกลจากชายฝั่งจึงทำให้เกาะกระดานมีน้ำทะเลเขียวใส มีแนวชายหาดเกือบรอบเกาะเหมาะกับการเล่นน้ำ จึงเคยถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัดตรัง เกาะกระดานอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมุก และเกาะลิบง โดยใช้เวลาเดินทางจากปากเมง ประมาณ 1 ชั่งโมง 40 นาที หรือจากท่าเรือควนตุงกู (เรียกอีกชื่อว่า ท่าเรือเกาะมุกต์) โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

1618482_662532830455591_1786234512_n.jpg (960×620)

 



ชายหาด
เกาะกระดานมีชายหาดอยู่ 4 แห่ง ชายหาดเป็นทรายขาวละเอียด น้ำใส จนมองเห็นริ้วทรายใต้พื้นน้ำ สุดชายหาดด้านเหนือมีแนวปะการังทอดยาวออกไปในทะเล บริเวณชายฝั่งเป็นปะการังน้ำตื้น ชายหาดบนเกาะได้แก่
ชายหาดเกาะกระดาน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ มีชายหาดขาวยาวประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณด้านหน้าของชายหาดนักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำดูปะการัง ซึ่งยาวตลอดแนวชายหาด จากชายหาดสามารถมองเห็นเกาะลิบง เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะเชือก ชายหาดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3
ชายหาดอ่าวเนียง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3 เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 800 เมตร ด้านหน้าชายหาดนักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำดูปะการัง ซึ่งมีตลอดแนวชายหาด จากชายหาดนี้สามารถมองเห็นเกาะลิบงได้
ชายหาดอ่าวไผ่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3 เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 200 เมตร ด้านหน้าของชายหาดไม่มีแนวปะการัง สามารถมองเห็นเกาะเชือก เกาะแหวน เกาะมุก
ชายหาดอ่าวช่องลม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ อยู่เหนือที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมที่ 3 ห่างไปประมาณ 800 เมตร สามารถเดินเท้าขึ้นเนินไปชมดวงอาทิตย์ตก มองเห็นเกาะรอกได้อย่างชัดเจน


เกาะมุก หรือ เกาะมุกต์

 

เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่งในน่านน้ำตรัง มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใส เหมาะที่จะลงเล่นน้ำอย่างสบายใจ ลักษณะของเกาะส่วนใหญ่เป็นโขดผาสูงตระหง่าน หันหน้าออกสู่ทะเลใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก  ส่วนบริเวณหน้าผาด้านตะวันตกนี้ เป็นที่ซ่อนของถ้ำลึกลับ เรียกกันว่า ถ้ำมรกต หรือถ้ำน้ำ ซึ่งมีความงดงามตระการตา เป็นที่ซุกซ่อนของนกนางแอ่นจำนวนมากที่เข้ามาทำรังในบริเวณถ้ำแห่งนี้ ทางเข้าเป็นโพรงเล็กๆ พอเรือลอดได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น การผจญกับความมือและเส้นทางอันคดเคี้ยวในถ้ำแคบๆ กับระยะทางที่ลึกประมาณ 80 เมตร ถือว่าเป็นนาทีแห่งความระทึกใจทีเดียว จากนั้นความตื่นตาตื่นใจก็จะมาแทนที่เมื่อถึงปากถ้ำ เพราะจะได้พบกับน้ำทะเลใสสีมรกต และหาดทรายขาวสะอาดที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ไว้อย่างวิจิตรบรรจง
ล้อมรอบด้วยหน้าผา สูงชันที่มีช่องให้เห็นท้องฟ้า สีครามเป็น หลังคาและผนังแต่งแต้มด้วยลายเขียวของใบไม้ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกต จะอยู่ทางด้าน ทิศตะวันตกของตัวเกาะ  ถือเป็นแหล่งธรรมชาติที่โดนใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

 


ถ้ามรกต
ถ้ำมรกตเป็นเหมือนสมบัติที่ถูกซ่อน รอการค้นหาเกาะกลางทะเล มีปากถ้ำเล็กๆ ที่ต้องว่ายน้ำฝ่าความมืดเข้าไป เมื่อถึงภายในจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ไม่มีเพดานถ้ำ แสงตะวันจึงสาดส่องลงมา ภายในถ้ำมีทรายละเอียดขาว น้ำทะเลเป็นสีมรกต เป็นความงดงามหนึ่งเดียวในไทยที่มีธรรมชาติเช่นนี้
จากท่าเรือควนตุ้งกู ใช้เวลาในการนั่งเรือไปเกาะมุกประมาณ 30 นาที จากนั้นเรือจะจอดอยู่บริเวณหน้าปากถ้ำมรกต หรือ ถ้ำทะเลมหัศจรรย์ทางธรรมชาติในท้องทะเลตรัง บริเวณปากถ้ำมีโพรงเล็กๆ สูงพ้นจากระดับน้ำทะเลพอที่เรือเล็กๆ จะลอดเข้าไปในช่วงน้ำลง นักท่องเที่ยวที่มากับแพกเกจทัวร์จะสวมชูชีพและลอยตัวเกาะเชือกค่อยๆ ว่ายเข้าไปในถ้ำ ความคดเคี้ยวและความมืดภายในถ้ำมีระยะทางประมาณ 80 เมตร ซึ่งทุกๆ ครั้งไกด์จะเช็คระดับน้ำทะเลขึ้นลงก่อนว่าวันนี้น้ำลดเวลาใดก็จะนำนักท่องเที่ยวมาเวลานั้น
เมื่อลอยตัวพ้นแแกมาจากปากถ้ำอีกด้านหนึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดประมาณ 50 เมตร เหนือชายหาดของถ้ำมรกตขึ้นมา มีต้นไม้ชายฝั่งทะเลที่หายากขึ้นปกคลุมอยู่ ล้อมรอบด้วยผาหินอันสูงชัน เมื่อมองหน้าแหงนขึ้นไป จะแลเห็นโพรงขนาดใหญ่ หากอากาศดีแดดจะส่องเข้ามากระทบกับหาดทรายสีขาวนวลระยิบระยับสวยงาม และด้านในถ้ำยังมีหาดทรายขาวสะอาดให้เที่ยวเล่นน้ำทะเลสีมรกตอันงดงาม

ถ้ำมรกต เปรียบเสมือนความงดงามตามธรรมชาติของท้องทะเลตรัง ที่มีคุณค่าสมกับเป็นมรกตแห่งถ้ำในทะเลอันดามันหนึ่งเดียวของเมืองไทย และหลังจากเพลิดเพลินกับการชมถ้ำมรกตแล้ว โปรแกรมของใครหลายคนอาจจะหยุดอยู่ที่ถ้ำแห่งนี้ แต่บางคนรู้ดีว่าบนเกาะมุกนั้นยังมีจุดชมวิวอันสวยงามรอคอยให้ไปเที่ยวอยู่อีกแห่งหนึ่ง ที่เราสามารถขึ้นไปชมเกาะมุกได้ในแบบส่วนตัว และบนชายหาดยังมีที่ให้เที่ยวชมอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป้นหาดสบาย หาดฝรั่ง ที่นี่มีจุดชมวิวที่เดินไม่ยาก แต่วิวสวยสามารถมองเห็นหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลสีคราม และหมู่เกาะใกล้เคียงได้อย่างสวยงาม จากนั้นจะเดินเที่ยวหาดอื่นๆ หรือจะรอชมพระอาทิตย์อัสดงที่หาดฝรั่งก็ได้
การเดินทาง
ถ้ำมรกตอยู่ในเกาะมุก เกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของทะเลตรัง รองจากเกาะลิบงและเกาะสุกร ห่างจากท่าเรือควนตุ้งกูประมาณ 9 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอุทยานฯ หาดเจ้าไหม เราสามารถเดินทางจากตัวเมืองตรัง มีท่าเรือไปชมเกาะมุกอยู่ 2 แห่ง คือ ท่าเรือปากเมง และท่าเรือควนตุ้งกู หากอยากเหาเรือไปเที่ยวเองก็สามารถใช้บริการเรือหางยาวได้ที่ท่าเรือปากเมง แต่หากต้องการเดินทางโดยเรือดดยสารบริเวณท่าเรือควนตุ้งกู มีเรือโดยสารบริการวันละ 3 รอบ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จะมาถึงท่าเรือสะพานยาว ประตูสู่เกาะมุก หรือจะเลือกใช้บริการแพกเกจทัวร์แบบวันเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีรายการเที่ยวเกาะมุกชมถ้ำมรกตให้ด้วย
ช่วงเวลาการท่องเที่ยว : พฤศจิกายน - เมษายน

75972_662526450456229_361209766_n.jpg (867×650)

เกาะม้า - เกาะเชือก - เกาะแหวน
กลุ่มเกาะ 3 เกาะ คือ เกาะม้า เกาะเชือก และเกาะแหวน เป็นกลุ่มเกาะเล็กๆ กลางทะเลตรัง อยู่ระหว่างเกาะไหง   ถือเปนจุดดำน้ำชมปะการัง ที่สวยที่สุดของทะเลตรังทั้งปะการังน้ำตื้นและปะการังน้ำลึก  สามารถหาชม ปะการังอ่อนมีทั้งสีแดง สีส้ม สีม่วง สีเหลือง สีชมพู และอีกมากมาย สัมผัส "ดาวขนนก" ปะการังใต้น้ำที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งน้ำทะเลที่นี่ใสจนเห็นปะการังอ่อนสีแดงกลุ่มก้อนใหญ่ๆ กัลปังหาต้นเล็กๆ สีเหลืองขลิบแดงหรือสีแดงมากมาย ไม่เหมือนที่อื่นๆ ที่อาจจะมีแต่ปะการังแข็ง แต่ปะการังแข็งและฝูงปลาของที่นี่ก็มีไม่น้อยเช่นเดียวกัน 

1622688_662532747122266_225126600_n.jpg (600×402)
เกาะม้า

เกาะม้า
เกาะม้าเป็นเกาะหินเล็กๆ ไร้หาดสองเกาะซึ่งหากมองเผินๆ จะเหมือนกองหินขนาดใหญ่โผล่พ้นน้ำมาเท่านั้นจุดเด่นของเกาะม้าคือเป็นจุดดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามและสมบูรณ์ ระหว่างสองเกาะนี้มีกระแสน้ำเชี่ยวจึงต้องใช้เชือกคอยพยุงตัวเวลาดำน้ำ ส่วนปะการังอ่อนหลากสีปกติพบได้ในน้ำลึก แต่สามารถพบเห็นได้ในบริเวณน้ำไม่ลึกที่เกาะม้าได้เช่นกัน

เกาะเชือก
เกาะเชือกเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะอยู่ติดๆกัน ตั้งอยู่ในวงล้อมของเกาะมุก และเกาะกระดาน เป็นเกาะสัมปทานรังนกทั้งสามเกาะ ห่างจากเกาะไหงประมาณ 4 กิโลเมตร มีลักษณะ เป็นโขดหิน แหละหน้าผาหินสูงชัน ไม่มีชายหาด หรือบ้านเรือนของผู้คน และชาวประมงอาศัยอยู่บนเกาะทั้งสาม นอกจากมี กระท่อมของคนเฝ้ารังนกปลูกเรียงรายบนโขดหินรอบตัวเกาะ บริเวณรอบเกาะทั้งสามเป็นแหล่งดำน้ำ ชมปะการังชนิดต่างๆ มีทั้ง ปะการังน้ำตื้น และน้ำลึกรายรอบ มีฝูงปลาทะเลสีสันสวยงามนานาชนิด เช่น ปลานกแก้ว ปลาโนรี ปลาสินสมุทร ปลาลายเสือ

จุดเด่น ของ 2 เกาะนี้อยู่ที่จุดดำน้ำตื้นที่สมบูรณ์และสวยงาม ระหว่าง 2 เกาะนี้มีกระแสน้ำเชี่ยว จึงต้องใช้เชือกคอยช่วงพยุงตัวเวลาดำน้ำ จึงเป็นที่มาของเกาะเชือก ส่วนเกาะม้า รูปร่างของเกาะคล้ายกับห้วม้ากลางทะเล ปะการังอ่านหลากสีที่ปกติแล้วจะพบแต่ใจน้ำลึก สามารถพบเห็นได้ที่ระดับน้ำไม่ลึกนัก

1488295_662578470451027_25876048_n.jpg (798×531)
เกาะเชือก

เกาะแหวน
เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำอย่างแท้จริง เพียงไม่กี่เมตรจากการลอยตัวดำน้ำก็สามารถชมโลกใต้ทะเลแสนสวยได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดำน้ำมืออาชีพก็มีโอกาสได้เห็นดอกไม้ทะเลและหมู่ปลาหลายสีที่สวยเหมือนในภาพถ่ายได้เช่นกันเนื่องจากเป็นเกาะหินไม่มีหาด บนเกาะจึงไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆเรือท่องเที่ยวจะผูกทุ่นลอยให้นักท่องเที่ยวลงไปดำน้ำเท่านั้น


เกาะรอก
เกาะรอก อยู่ในน่านน้ำทะเลกระบี่ที่เชื่อมต่อทะเลตรัง ลักษณะเป็นสองเกาะเล็กๆ ตั้งคู่กันเป็นเกาะที่มีหาดทราย ที่ยาวเหยียด เม็ดทรายละเอียดเนียนนุ่มเท้าเมื่อสัมผัส ทรายขาวมาก บรรยากาศการท่องเที่ยวของเกาะรอก เหมาะกับ ผู้ชื่นชอบการค้นหามุมมองที่สวยงาม เงียบสงบ และโรแมนติกจากธรรมชาติ หาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลตื้นและใสมากแนวปะการังที่อุดมไปด้วยดอกไม้ทะเลเป็นถิ่นอาศัยของปลาการ์ตูนส้มเหลืองสี สดใสที่ ทุกคน ชื่นชอบที่จุดชมทิวทัศน์เกาะรอกนอกจะเห็นภาพของอ่าวโค้งคล้ายเกือกม้า สองด้านของอ่าวเป็นผาหินสูง ชันเห็นทิวทัศน์ของเกาะรอกนอกและเกาะรอกในและ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง วัน
เกาะรอกได้รับการประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (จังหวัดกระบี่) เกาะรอกประกอบด้วย 2 เกาะคือ เกาะรอกในและเกาะรอกนอก ด้านที่หันหน้าเข้าหากันเป็นหาดทราย คั่นด้วยร่องน้ำทะเลตื้นๆ ระยะห่างของ เกาะประมาณ 250 เมตร สำหรับคนที่ชอบเดินเล่นปล่อยอารมณ์ไปตามชายหาด ด้านหน้าของเกาะรอกนอก มีหาดทรายสีขาวละเอียด ทอดตัวยาวจากหัวเกาะถึงท้ายเกาะ ใครที่อยากกระโดดน้ำเล่นบริเวณนี้ก็สามารถทำได้
จุดเด่นของ หมู่เกาะรอก คือแนวปะการังรอบเกาะและตามร่องน้ำ ส่วนใหญ่เป็นปะการังก้อน มีดอกไม้ทะเลและ ปลาการ์ตูนอาศัยอยู่มากมาย บริเวณที่ลึกยังพบปะการังอ่อน แต่มีจำนวนไม่มากนัก เกาะรอกจึงเป็นสวรรค์ของ นักดำน้ำทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น ปะการังด้านตะวันออกของเกาะเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งปะการัง เขากวาง ปะการังสมอง ปะการังแผ่น ดอกไม้ทะเล และปลาการ์ตูนหลากสีสัน นอกจากนี้ยังมีรายงาน การพบ ฉลามวาฬบริเวณหินม่วง หินแดง น่านน้ำบริเวณรอบนอกของเกาะรอกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้นักดำน้ำใฝ่ฝันที่จะมา สัมผัสอย่างใกล้ขิด จุดดำน้ำที่สำคัญของเกาะรอกอยู่ที่ชายหาดด้านหน้าเกาะรอกนอก และบนเกาะรอกในบริเวณ ร่องน้ำระหว่างเกาะยาวไปตลอดจนถึงทะเลหน้าหาดศาลเจ้า สองแห่งนี้เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงาม นอกจากนี้ใน ยามเย็นยังสามารถชมความงามของแสงสุดท้ายของวันได้ที่บริเวณอ่าวหาดหินงาม ส่วนภาพ อาทิตย์ขึ้นนั้น เพียงคุณตื่นเช้าสักนิด ก็จะพบกับแสงแรกของวันที่บริเวณหน้าเต็นท์กันเลยทีเดียว

สนใจเที่ยวทะเลตรัง - เกาะเชือก เกาะม้า - ถ้ำมรกต - ลังกาวี คลิกที่นี่

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล   :    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  http://thai.tourismthailand.org/


  Back to top
indochinaexplorer

             ทั้งหมดจำนวน   0    หน้า   ปัจจุบันหน้าที่  
 
  ข้อความคิดเห็น

(การแทรกรูปภาพ คลิกซ้ายแล้วลากไปวางตามต้องการ)
 
  โดย
  กรอกอักษรยืนยัน
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  Back to top
 
บริษัท อินโดไชน่า เอ็กซ์พลอเรอร์ (ประเทศไทย) จำกัด 254/1 ถ.เอกชัย ต.บางยอน บางบอน กรุงเทพ 10150 Tel. (+66) 0 2898-1817 , 0 2898-2324 EiEi